ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์


อำเภอวีเชียรบุรี
คำขวัญอำเภอวิเชียรบุรี
ศาลนเรศวรรวมใจ ถิ่นไก่ย่างรสอร่อย สุสานหอยล้านปี พุร้อนมีใต้ดิน อุทยานหินโบราณ บ่อน้ำมันล้ำค่า

ประวัติอำเภอวิเชียรบุรี
  ประวัติและความเป็นมา อำเภอวเชียรบุรี เดิมชื่อว่า "เมืองท่าโรง" ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้
เปลี่ยนชื่อเป็นเมือง "วิเชียรบุรี" ยกฐานะเป็นเมืองตรี ด้วยรวบรวมเมืองชัยบาดาลและเมืองบัวชุมขึ้นตรงต่อเมืองวิเชียรบุรี จนกระทั่ง
เมื่อตั้งมณฑลเพชรบูรณ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยยกฐานะเมืองวิเชียรบุรี เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2441 ต่อมามีพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 17 เมษายน 2482 เปลี่ยนชื่ออำเภอวิเชียรบุรี
เป็นอำเภอท่าโรง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2487 จึงได้กลับมาใช้ชื่ออำเภอวเชียรบุรี มาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อนับถึงปีปัจจุบัน
อำเภอวิเชียรบุรีตั้งมาเป็นเวลา 99 ปี อำเภอวิเชียรบุรี มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานทีสักการะ ของประชาชนชาวอำเภอ วิเชียรบุรี และอำเภอใกล้เคียง คือศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
ได้เสด็จ พระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ บริเวณ ที่ตั้งศาลสมเด็จพระนเรศวร
มหาราช อำเภอวิเชียรบุรีในปัจจุบัน ในวันที่ 25 มกราคม 2515 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2515 นายบุญยรงค์ นิลวงศ์ นายอำเภอวิเชียรบุรี
ในขณะนั้น พร้อมด้วยข้าราชการพ่อค้า ประชาชน ได้ร่วมใจสร้างศาลประดิษฐาน พระบรมรูปสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช การก่อสร้าง
แล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า
จุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี และ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ทรงประกอบ
พิธีเปิด ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอวิเชียรบุรี เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2527 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวอำเภอวิเชียรบุรี
จัดงานพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระหว่างวันที่ 25 - 27 มกราคม เป็นประจำทุกปี ณ บริเวณ
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอวิเชียรบุรี
ประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองอำเภอวิเชียรบุรี
อำเภอวิเชียรบุรี ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ในเขตตอนใต้ของจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นชุมชนเมืองเก่าแก่ของชาวไทยมา
แต่โบราณ
แต่เดิมทีชื่อเรียกว่า “เมืองศรีเทพ”จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพกรมศิลปากร กล่าวไว้ว่า
“ในการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ในหลุมศพภายในเขตเมืองโบราณศรีเทพ ทำให้ทราบว่าในราวพุทธศตวรรษที่ 5 – 7 เมืองศรีเทพแห่งนี้ ี้มีกลุ่มชนที่อาศัยอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ รู้จักปลูกพืชบางชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ผสมผสานกับการหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ
ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำมีวิถีชีวิตยังต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นสำคัญ และมีพิธีกรรมต่างๆอันเนื่องจากธรรมชาติ ตลอดจนมีความเชื่อในเรื่อง
ชีวิตหลังความตายและโลกหน้าในราวพุทธศตวรรษที่ 7 – 11 เริ่มรับอารยธรรมจากโลกภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินเดียที่แพร
่เข้ามายังบริเวณแหลมอินโดจีน โดยพ่อค้าชาวอินเดียและอาหรับที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายทำให้รัฐและชุมชนใหญ่น้อยเริ่มรับเอา
วัฒนธรรมและความเจริญจากภายนอกช่วงเวลานี้ถือได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเมืองศรีเทพที่จะพัฒนาขึ้นเป็นสังคมเมือง”

ความเป็นมาเมืองวิเชียรบุรี
อำเภอวิเชียรบุรีเดิมเรียกว่า “เมืองท่าโรง” หรือ “เมืองศรีเทพ” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งปราบกบฏ
เมืองเวียงจันทร์ พระศรีถมอรัตน์มีความชอบมาก จึงโปรดให้ยกเมืองศรีเทพหรือเมืองท่าโรง เปลี่ยนนามมาเป็น เมืองวิเชียรบุรี ตามชื่อ
เขาแก้วหรือเขาถมอรัตน์เมื่อตอนมณฑณเพชรบูรณ์สมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕ลดฐานะเมืองวิเชียรบุรีเป็นอำเภอหนึ่ง
ในจังหวัดเพชรบูรณ์

ตามพระราชกฤษฎีกาลงวันที่๑๗เมษายน๒๔๘๒เปลี่ยนชื่อเป็น“เมืองท่าโรง”ตามชื่อเดิมในประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากคำว่า“ท่าลง”
หรือ“ท่าลงเรือแม่น้ำป่าสัก”ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นอำเภอวิเชียรบุรีอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่๒พฤศจิกายน๒๔๘๗มาจนถึงวันนี้ประชาชนชาวอำเภอวิเชียรบุรีจึงได้
ตกลงใจตั้งชื่อตำบลนี้เพื่อไม่ให้ลืมเมืองท่าโรงว่า“ตำบลท่าโรง”เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจ.


ท่าน้ำ
ผู้ ให้สัมภาษณ์ชื่อ นางเอี่ยม พูลสวัสดิ์ อายุ ๘๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๘๕ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เล่าให้ฟังว่า คำว่าท่าน้ำในที่นี้หมายถึงแม่น้ำป่าสัก ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๓ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งไหลผ่านอำเภอวิเชียรบุรี ด้านทิศใต้ เป็นแม่น้ำที่ชาวบ้านอำเภอวิเชียรบุรี ใช้เป็นทางคมนาคม ใช้ในการอุปโภคบริโภค เป็นที่ซื้อสินค้า สมัยก่อนจะมีพ่อค้า ชื่อ นายจัง ประมูลศิลป์ บ้านเลขที่ ๓๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าโรง เป็นพ่อค้าคนจีนตั้งร้านขายของเป็นร้านแรกของอำเภอวิเชียรบุรี คอยซื้อสินค้าทางเรือสินค้าเวลาน้ำหลาก จะมีเรือยนต์ซึ่งเป็นเรือสินค้าจากจังหวัดอยุธยา จังหวัดสระบุรี ขนสินค้าจากกรุงเทพฯ เพื่อไว้ขายและกักตุนในเวลาน้ำลดเพราะ ที่อำเภอวิเชียรบุรี จะเป็นป่ารกมาก ทางก็เป็นทางเกวียนจึงใช้ทางน้ำเป็นสายหลักในการดำรงชีพและสะดวกกว่า มีประชากรจับที่สร้างบ้านโดยยึดแม่น้ำเป็นสำคัญอยู่ริมแม่น้ำ ประมาณ ๗๐ หลังคาเรือน เนื่องจากสะดวกในการอุปโภค และใช้เป็นที่หาปลากินและขายเป็นอาชีพหลัก และที่สำคัญที่สุดของแม่น้ำป่าสักคือ ใช้อุปโภค เป็นสาเหตุที่เรียกหมู่บ้านนี้ว่า “หมู่บ้านท่าน้ำ” และจะมีวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสักด้านทิศเหนือ คือ วัดท่าน้ำ ปัจจุบันเรียกว่า วัดวิเชียรบำรุง สำหรับคนวิเชียรบุรีโดยกำเนิดจะเรียกกันติดปากว่า “วัดท่าน้ำ” ซึ่งเป็นชื่อของหมู่บ้านท่าน้ำนั่นเอง

หนองไข่น้ำ
ผู้ให้สัมภาษณ์ชื่อ นางสวิง เหรียญคำ อายุ ๘๓ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๘/๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เล่าความเป็นมาของหมู่บ้านหนองไข่น้ำว่า เมื่อ ๕๐ ปีก่อนเดิมเป็นป่าทึบใหญ่ บ้านคนไม่ค่อยมีมากนัก ป่าไม้เต็ง ไม้พวง มีสัตว์ป่านานาชนิด มีอาหารป่าจำพวกพืชผัก เช่น เห็ดต่าง ๆ ผังหวาน ผลไม้ป่าเช่น ลูกกระทบ ลูกตระค้อ ลูกตะขบ ลูกหวาย เป็นต้น และยังมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำขังตลอดทั้งปีและมีไข่น้ำ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่นั้น จะใช้น้ำจากหนองน้ำนั้น และยังสามารถนำไข่น้ำซึ่งเป็นเม็ดเล็ก ๆ เหมือนไข่ปลาที่กระจายออกจากรังไข่ปลา เป็นเม็ดสีเขียว ในหนองน้ำนั้นมาแกงเป็นอาหารได้อีกด้วย มีครอบครัว นายพุฒ อินทรักษ์ ซึ่งเป็นชาวโคราช ได้มาอยู่อาศัยหมู่บ้านนี้เป็นครอบหลังแรก หลังจากนั้นก็มีประชาชนจากทุกสารทิศ พากันอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ แล้วได้เรียกหมู่บ้านนี้ว่า หนองไข่น้ำ ตามสภาพของหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มีไข่น้ำ และน้ำใช้ตลอดทั้งปี และได้เรียกชื่อหมู่บ้านหนองไข่น้ำมาจนถึงทุกวันนี้

ชมรมถ่ายภาพ มุกดาหาร



บ้านนาไร่เดียว
ผู้ให้สัมภาษณ์ชื่อ นายเสน ไชยคำภา อายุ ๖๕ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๙๒ หมู่ที่ ๖ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ มีอาชีพทำนา ได้เล่าความเป็นมา
ของหมู่บ้านดังนี้ในสมัยก่อนนั้นก่อนที่จะมาเป็นหมู่บ้านนาไร่เดียวในปัจจุบันนี้ตอนนั้นเป็นป่ารกทึบมีสัตว์ป่าเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ บุคคลที่ค้นพบ
และตั้งถิ่นฐานคนแรก คือ พ่อใหญ่ใบ มีอาชีพทำนา ท่านย้าย
ถิ่นฐานมาจากภาคอีสาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีความแห้งแล้งและขาดแคลนทรัพยากร
แหล่งทำมาหากิน จึงทำให้ท่านแสวงหาแหล่งทำมาหากินแหล่งใหม่ท่านจึงมาพบที่แห่งนี้และได้ตั้งถิ่นฐานใกล้ ๆ หนองน้ำ และมีต้นมะม่วงล้อมรอบสระน้ำแห่งนี้จึงเป็นที่มาของชื่อสระ คือ สระม่วง ติดกับวัดในเรือง ศรี ซึ่งข้างสระมีนาอยู่หนึ่งไร่ ท่านได้ทำการเกษตร คือ ปลูกผัก และทำนา จึงเป็นที่มาของบ้านนาไร่เดียว ต่อมาจึงมีผู้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ซึ่งส่วนใหญ่จะย้ายมาจากทางภาคอีสาน




   
ภูเขาหินเหล็กไฟ
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
 
ท่องเที่ยว อ.เมืองเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว อ.หล่มสัก
ท่องเที่ยว อ.หล่มเก่า
ท่องเที่ยว อ.ชนแดน
ท่องเที่ยว อ.หนองไผ่
ท่องเที่ยว อ.บึงสามพัน
ท่องเที่ยว อ.วิเชียรบุรี
ท่องเที่ยว อ.ศรีเทพ
ท่องเที่ยว อ.น้ำหนาว
ท่องเที่ยว อ.เขาค้อ
ท่องเที่ยว อ.วังโป่ง
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
 
 1  2  3
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์

View My Stats